เมษายน 2559 เดือนแห่งงานทำบุญ

ศาลาธรรมสังเวชหลังใหม่ ที่ วัดหนองฟ้าเลื่อน
  • 9 เมษา 59 งานทำบุญถวายศาลาธรรมสังเวช วัดหนองฟ้าเลื่อน อ.วิหารแดง จ.สระบุรี โดยมีเจ้าภาพรายใหญ่คือ ครอบครัวคุณรุ่ง และ ครอบครัวพี่พงษ์เทพ ค่าก่อสร้างประมาณ 1.8 ล้านบาท พร้อมทั้งถวายพระพุทธรูป และ ธรรมาสน์ ทำบุญเลี้ยงพระหนึ่งร้อยกว่ารูป แม้อากาศจะร้อนมาก แต่เจ้าภาพและผู้มาร่วมบุญก็อิ่มอกอิ่มใจไปตาม ๆ กัน

กิจกรรมสัมพันธ์ครั้งที่ 1 หลักสูตรครูสมาธิรุ่น 38
  • 10 เมษา 59 งานทำบุญเลี้ยงเพลพระ ที่สถาบันพลังจิตฯ สาขา 110 (โรงพยาบาลมิตรภาพฯ) ช่วงบ่ายมีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ของครูสมาธิรุ่น 38 ทั้ง 3 กลุ่ม
ช่วงวันหยุดสงกรานต์ เด็ก ๆ มาทำบุญและเยี่ยมยาย ที่ จ.พิจิตร
  • 13-15 เมษา 59 พาเด็ก ๆ ไปหายาย ที่จังหวัดพิจิตร
  • 22 เมษา 59 งานเลี้ยงแผนกฯ
 
ร้านระเบียงเคียงน้ำ (หัวทะเล)

  • 23 เมษา 59 จ่ายค่าเทอมพี่ของขวัญ (ขึ้น ป.5) และน้องโบนัท (ขึ้น ป.3) และซื้อหนังสือ แล้วไปโคราชพาแม่พร้อมญาติๆ ไปเลี้ยงที่ร้านอาหารระเบียงเคียงน้ำบรรยากาศดี แต่มีเสียงบ่นว่าอาหารไม่อร่อย

อ.บวรลักษณ์ ศิวะโกสิทฐ์และ ดร.วินัย พฤกษะวัน ถ่ายภาพร่วมกับนักศึกษาครูสมาธิ
  • 24 เมษา 59 ไปเรียนครูสมาธิตามปกติ หลังจากที่ขาดเรียนไปแล้วหลายวัน วันนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการถูกรักษาโรคง่วงตอนนั่งสมาธิของตัวเอง อย่างได้ผล
 
ร้านอาหารครัวน้องเพ็ญ อ.มวกเหล็ก

  • 29 เมษา 59 พาลูก ๆ หลาน ๆ มากินข้าวเย็นที่ร้านครัวน้องเพ็ญ และพักที่บ้านมวกเหล็ก 1 คืน
 
บ้านในฝันโครงการ 7 สระบุรี

  • 30 เมษา 59 มาพักค้างคืนที่บ้านหลังใหม่เป็นวันแรก

มีนาคม 2559 เดือนแห่งการพบปะสังสรรค์


  • เดือนมีนาคมนี้ได้มีโอกาสได้เข้าเรียนหลักสูตร ครูสมาธิ เกือบครบทุกเสาร์-อาทิตย์ ทำให้การฝึกสมาธิก้าวหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมาก

  • งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ (บ้านสวนราชกตกัญญา) ของคุณรุ่ง รชศา เจ้าของบริษัทกลุ่ม RSS Group ช่างมโหฬารตระการตายิ่งนัก แถมมีเซอร์ไพ้ส แบบหาดูได้ยากส์...

  • งานเลี้ยงวันเกิดคุณรุ่ง ที่ร้านครัวบ้านสวน เต็มไปด้วยบรรยากาศ ที่ อบอุ่น ประทับใจ หลังจากทุกคนได้พูดความรู้สึกในใจออกมา ซาบซึ้ง จนน้ำตา ท่วมจอ


  • วันที่ 30 มีนาคม 2559 ได้ซื้อบ้านหลังใหม่ในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี ราคา 3.5 ล้านบาท โดยจดจำนองทำสัญญากู้เงิน 2.8 ล้านบาทจาก ธนาคาร กรุงศรีฯ ด้านขวามือของตัวบ้านออกไปอีกไม่กี่สิบเมตรอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำป่าสัก
  • ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นหนี้ธนาคารหลายล้านบาท ตอนอายุใกล้เกษียณ แบบนี้ แต่ก็ต้องยอมเป็นหนี้เพื่อลูก ๆ จะได้เรียนใกล้บ้าน (ข้ออ้างของใครบ้างคน อิอิ)

กุมภา 59 เดือนแห่งการได้รับโอกาสในการปฏิบัติธรรม

เช้าวันเดินทางไป ทวารวดี รีสอร์ท ปราจีนฯ

  • 14 กุมภา 59 ปฐมนิเทศหลักสูตร ครูสมาธิ รุ่นที่ 38 ที่ สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 110 (โรงพยาบาลมิตรภาพฯ สระบุรี) เรียนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 9.00-16.15 น. ประมาณ 6 เดือน
    • สมัครเรียนเกือบไม่ทันเวลา
    • ขอบคุณเจ้าหน้าที่ รุ่นพี่ฯ ผู้มีจิตอาสาทุกท่าน และกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ ที่เมตตา สอนวิธีให้นักเรียนฯ สร้างพลังจิต เพิ่มขึ้นจนมีพลัง นำไปใช้งานได้ สังคมจะได้อยู่กันอย่างสันติสุข
    • แม้จะไม่สามารถไปเรียนได้ครบทุกวัน แต่ก็มีความตั้งใจใฝ่เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
    • ค้นหามานาน กุศโลบายที่จะทำให้สามารถเดินจงกรม+นั่งสมาธิ วันละ 1 ชั่วโมง ได้ทุกวัน ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ยาวนาน เป็นกิจวัตรประจำวัน
    • ขั้นตอนการปฏิบัติชัดเจน มีตารางแผนการเรียนการสอนที่ชัดเจน มีผู้สอนจากสถาบันฯ หลายท่าน เดินทางมาสอนตามตารางแผนการเรียนฯ
  • 27-29 กุมภา 59 เดินทางไปที่ ทวารวดี รีสอร์ท ที่ ปราจีนฯ หลักสูตร เข็มทิศภาวนา ครั้งที่ 18 ระยะเวลา 3 วัน
    • เป็นครั้งแรกที่ลงชื่อสมัครได้ทัน 400 คนแรก
    • สถานที่ : สงบร่มเย็น
    • อาหาร : มังสวิรัติ อร่อย ปราณีต 
    • ปฏิบัติ : เดินจงกรม 1 ชั่วโมง แล้วนั่งสมาธิ 1 ชั่วโมง วันละ 4 รอบ
    • ปิดวาจา : ตลอดการอบรม บางคนอาจอัดอั้นเพราะไม่ได้พูดกับใครเลยตลอด 3 วัน
    • ประทับใจ : นิทานธรรมะ ที่ครูอ้อยเล่าให้นักเรียนฟัง
  • เริ่มศึกษา จิตตานุปัสสนา (ดูจิต) ตามแบบของหลวงพ่อปราโมทย์ฯ
    • ศึกษาวิธีการปฏิบัติของหลวงพ่อปราโมทย์ฯ จากสื่อออนไลน์
    • ถูกจริตกับตัวเอง อาจเหมาะกับชีวิตคนในเมืองที่มักจะคิดฟุ้งซ่าน ถูกดึงให้ไปตามกระแสโลกบ่อย
    • ยังไม่ค่อยเข้าใจในวิธีการปฏิบัติ จึงต้องศึกษาเรียนรู้ลงมือปฏิบัติให้เห็นผล
  • อายุมากขึ้นแล้ว ก็ต้องเตรียมใจเพื่อที่จะไปสู่ภพหน้าไม่รู้ว่าวันไหน ถึงแม้จะไม่ปรารถนาที่จะไปเกิดอีกก็ตาม แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาท อย่างน้อยจึงต้องหาวิธี ป้องกันหรือ ปิดอบายภูมิ ไว้ก่อน

มกรา 59 เดือนแห่งการเริ่มต้น


  • บางสิ่งบางอย่างเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่เข้าที่เข้าทาง คงต้องรีบเคลียร์ให้เรียบร้อย อย่ามัวแต่ลีลาเป็นดินพอกหางหมู หรือไม่ลงมือทำสักที โอกาสดี ๆ มาถึงแล้ว จะรอให้ผ่านไปอีกปี หรือยังไง
  • บางอย่างยังไม่รู้ ก็ต้องเรียนรู้กันไป อย่าเพิ่งคาดหวังล่วงหน้าในตัวเงินมากเกินไป แต่ต้องเรียนรู้ให้เกิดความชำนาญในสิ่งนั้นแล้ว เงินทองหรือผลตอบแทนก็จะตามมาเอง
  • เดือนแรกของปีวอก ธาตุไฟ ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ได้เริ่มต้นลงมือทำในสิ่งที่ฝันไว้บ้างแล้ว ต้องอาศัยความมานะ พากเพียร อย่างมากถึงมากที่สุด อย่างต่อเนื่องยาวนานอีกประมาณ 5 ปี ก็จะรู้ผลว่า "ฝันที่เป็นจริง" หรือ "เป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ" 
  • ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานคือ ทำงานอย่างมีความสุข แล้วผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับความเป็นจริงได้

ผ่านไปแล้วอีก 1 ปี


บทสรุปจากเรื่องราวและประสบการณ์ปี 2558 ที่ผ่านมา
  • เป็นปีแห่งการเรียนรู้
  • นอนดึกติดต่อกันเป็นปี เร่งทำ IS (การศึกษาค้นคว้าอิสระ)  จนเสร็จ ได้ทันเวลา สำเร็จการศึกษาได้อย่างเฉียดฉิว
  • พบกับทางลัดทำกำไรจาก Forex ได้อย่างมากมาย แต่เพียงไม่กี่เดือนก็ประสบปัญหาถูกโบรกเกอร์โกงเงินถอนเงินออกไม่ได้ จนต้องหยุด Trade Forex ไปนาน
  • ขอบคุณครูอ้อย เข็มทิศจิตใต้สำนึก ที่ช่วยทำให้เปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิมหลายอย่าง และทำให้รู้หมายของการดำรงอยู่
  • ขอบคุณอาจารย์เมย์ แห่ง AjanMay.com ที่ทำให้รู้จักกับการนำศาสตร์ของฮวงจุ้ย มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้จักกอดตัวเอง รู้จักขอบคุณบ้านที่ปกป้องภัยให้เรา รู้จักขอบคุณส่งพลังงานที่ดีออกไปยัง ประตู, เตียง  และเครื่องมือทำมาหากินอื่น ๆ
  • ขอบคุณ คุณรุ่งและครอบครัว ที่เอื้อเฟื้อ ดูแลกันมาด้วยดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา
  • ค้นหามานาน ในที่สุดก็ได้พบกับเครื่องมือที่ช่วยสร้าง Mobile Apps ได้ง่ายดายและสวยงามดั่งใจ เมื่อพร้อมแล้วก็ลุย ทำ Apps กันเลย...
  • เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2558 เหมือนจุดประกายให้ทะยานไปข้างหน้า แต่จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้หรือไม่ ก็ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2559 นี้...


สัมมนาฟรี!! ชี้ช่องรวยผ่านสมาร์ทโฟน



พบกับการรวมตัวของกลุ่มนักการตลาด Trip
​2 สุดยอดวิทยากร
ชั้นนำ



สัมมนาที่จะสร้างเงินจากไอเดีย ความคิด และ โอกาส
พร้อมรู้วิธีการทำเงินจากแอพพลิเคชั่นและสมาร์ทโฟน
 หลายรูปแบบ!!!

สัมมนาฟรี! 2 ชั่วโมง ที่จะให้คุณอิ่มกับความรู้อันสุดยอด
แนวคิดและวิธีการหารายได้ ผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น สมาร์ทโฟน ชั้นนำ จากไลน์ ประเทศไทย!!!

*เกี่ยวกับการจัดงานสัมมนาครั้งนี้*

จะดีแค่ไหนถ้าทุกๆคนในประเทศไทย ใช้อินเทอร์เน็ตที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันนั้น สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ Smartphone ที่เราถือกันอยู่ หรือ จะเป็นคอมพิวเตอร์ Notebook ก็ตาม ถ้าพวกเราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตที่คุณต้องจ่ายรายเดือน มาทำให้รายเดือนเหล่านั้นไม่ต้องจ่าย และมีเงินเสริมเพิ่มในกระเป๋าตังค์คุณ คุณชอบแบบนั้นหรือไม่? ถ้าชอบต้องพบกันในสัมมนานี้

 

*สิ่งที่คุณจะได้รับจากสัมมนานี้*

     1.คุณจะรู้จักเว็บไซต์และแอพพลิเคชั้นที่สามารถสร้างเงินได้อย่างมหาศาล
     2. ทุกสาขา ทุกอาชีพ ทุกอายุ หรือ จบอะไรมา ก็สามารถเริ่มสร้างเงินผ่านสมาทโฟนได้ทันที
     3. ได้ไอเดียการทำเงินจาก 0 ถึง หลักแสน แบบง่ายๆ ไม่ยาก
     4. เข้าใจโมเดลการหาเงินผ่านระบบs3และกลุ่มนักการตลาดมืออาชีพ

      5.เรียนรู้สุดยอดแนวคิดและเทคนิคสร้างแรงบันดาลใจ จากคุณธีร์รัฐ อัครรัตน์พรกุล


 

*กำหนดการสัมมนา*

สัมมนารอบที่ 1 จัดวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558
สัมมนารอบที่ 2 จัดวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สัมมนารอบที่ 3 จัดวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558
เวลา 12.30-16.0
0 น.

12:30-13:00 น. ลงทะเบียน
13:00-13:30 น. เนตรชนก ห่านตระกูล + พลวัฒน์ ชมทองประจักษ์ 
                          - MC พูดกล่าวเปิดงาน + เปิดตัววิทยากร
13:30-14:30 น. กรณสิปวิชญ์ สุนทรเสณี 
                         - 8 ช่องทางการหารายได้จาก Smart Phone ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
                         - วิธีการโพสข้อความให้มีคนเห็นหลักแสนคนโดยไม่ต้องโฆษณา 
                         - องค์ประกอบที่ควรจะต้องมีในการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายกับ Facebook 
                         - แนวคิดและเทคนิคในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพื่อสร้างยอดขายหลักล้าน 
                         - การลงโฆษณาและการตั้งค่าโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ 
14:30-15:30 น. ธีร์รัฐ อัครรัตน์พรกุล
                         - เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบที่จำเป็นในการขายสินค้าให้ได้หลักแสน 
                         - แนวทางหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการลงทุนทำธุรกิจหรือขายสินค้า 
                         - เปิดตัว Application ใหม่ล่าสุดทำให้คุณมีรายได้หลักแสนแค่ปลายนิ้ว 
                          - แชร์ผลลัพธ์และความประทับใจจากลูกศิษย์ที่ได้เข้าร่วมการสัมมนา 
15:30-16:00 น. เนตรชนก ห่านตระกูล + พลวัฒน์ ชมทองประจักษ์ 
                          - MC สรุปการบรรยาย

*สถานที่จัดสัมมนา*

W District สุขุมวิท แขวง พระโขนงเหนือ เขต วัฒนา Bangkok

 

*ค่าใช้จ่าย*

งานสัมมนาครั้งนี้ ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดๆ
*รับจำนวนจำกัด 30 ท่านแรกเท่านั่น* 
* ข้อแนะนำกรุณามาตรงตามเวลาลงทะเบียนเพื่อประโยชน์ตัวคุณสูงสุด * 

* มีข้อสงสัยต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 099-345-3884 (08.00-23.00 น.)

 

 

 

ทำเงินผ่านออนไลน์


แนะนำเว็ป http://www.topmyjob.com/
น่าสนใจดีครับ


อาจเป็นช่องทางรวยสำหรับใครบางคนก็ได้ครับ


สร้าง Mobile App ด้วย AI2 ง่าย และรวดเร็ว








ตั้งท่าจะเขียน Mobile App. มานานแล้ว
มี Tool ให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบต้องติดตั้งโปรแกรมวุ่นวาย
แต่มาเจอ App Inventor (AI2) ที่ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเลย
ลองทำ App เล่น ๆ ก็ง่ายสะดวกดี
หาวิธีติด Admob ได้
โหลด Template หรือ Code ของคนอื่นมาพัฒนาต่อได้
ข้อดีอื่น ๆ อีกมากมาย...
ตกลงใช้วิธีนี้หละครับ
http://ai2.appinventor.mit.edu/

น่าสนใจ Mobile App.

หลังสอบ IS เสร็จเรียบร้อยก็มีเวลาว่าง...
งาน Online มีเหลืออยู่ 2 อย่างคือ Forex กับ Mobile App.
จึงต้องค้นหาข้อมูลพบข้อมูลที่น่าสนใจตามลิ้งค์นี้

สร้างรายได้ด้วยการเขียน Mobile App ได้จริงป่าว?

เขียน App Android แบบไหนดี Web App, Hybrid App, Native App

อ่านสักนิดก่อนคิดจะทำ App 

ทำหุนยนต์ ให้เด็กๆเล่นกัน NodMCU คุมผ่าน WiFi

เกือบโดนโจรกรรมด้านการเงิน

มีแก๊งค์หลอกลวง ปลอมเป็น PayPal ส่งเมล์มาแจ้งให้เราเข้า Login เข้า PayPal เพื่อ Update สถานะทางบัญชี
พอเราคลิกที่ Update แล้วจะลิ้งค์ไปหน้าให้เราใส่ ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

 หากเราเผลอหรือหลงเชื่อไปป้อนข้อมูลเพื่อเข้า Login PayPal เราก็จะถูกแก๊งค์หลอกลวงนี้รู้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเข้า PayPal แล้วคงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น แก๊งค์หลอกลวงนั้นมันคงโอนเงินใน PayPal ของเราออกไปจนเกลี้ยงแน่ แถมยังต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตที่ผูกไว้กับบัญชี PayPal อีกเป็นแน่

พอลองใส่ ชื่อผู้ใช้มั่วๆ ไป แล้วกดปุ่ม Login ก็ปรากฏหน้าต่างนี้ขึ้นมา


ต้องมีสติ ระวังตัว อย่าตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพเหล่านี้
 Phishing (ฟิชชิ่ง) คือ การหลอกลวงขั้นสูงทางอินเทอร์เน็ต ในรูปแบบของการปลอมแปลงอีเมล์ หรือข้อความที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลด้านการเงิน หรือข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ อาทิ ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขประจำตัวผู้ใช้ หรือรหัสผ่าน ด้วยการส่งอีเมล์มายังผู้รับซึ่งเป็นเหยื่อ อ้างว่ามาจากองค์กรต่าง ๆ ที่เหยื่อติดต่อด้วย เช่น บริษัทให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือธนาคาร โดยส่งข้อความในรูปแบบให้เหยื่อ อัพเดท หรือ ยืนยัน ข้อมูลบัญชี หากไม่ตอบกลับอาจเกิดผลเสียตามมาได้

และเพื่อให้อีเมล์ที่ปลอมแปลงมานั้นดูสมจริง ผู้ส่งอีเมล์ลวงจะใส่ลิงก์ที่อีเมล์ ให้เหมือนกับ URL ขององค์กรนั้นจริง ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วคือเว็บไซต์ปลอม หรือหน้าต่างที่สร้างขึ้นมา (Spoofed Website) เมื่อเหยื่อหลงกล มิจฉาชีพไซเบอร์เหล่านี้จะนำข้อมูลที่ได้มาไปใช้ประโยชน์ เช่น ซื้อสินค้า สมัครบัตรเครดิต หรือแม้แต่ทำสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ในนามของเหยื่อแทน

ควรจะทำอะไรหลังเกษียณ

กำลังจะเตรียมตัวเกษียณยังไงดีก็ไปพบข้อความของคุณ chai-jroong
แล้วท่านเขียนไว้ดีมากจึงขออนุญาต นำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดดีกันครับ



...หลังเกษียณ แม้จะมีเวลาเยอะ แต่ต้องใช้ไปกับการลอกหัวโขนด้วยตนเองออกทีละชั้น ชั้นแล้วชั้นเล่า เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายจนแทบไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น...เห็นบางคนที่ไม่เต็มใจให้ลอก เมื่อถึงเวลามันก็ต้องหลุดร่วงไปเองอย่างเจ็บปวด...ตัวผมนั้น จนป่านนี้แล้ว ยังเหลือให้ลอกอีกตั้งหลายชั้น...เรื่องนี้ยกเว้นให้กับคนที่ไม่มีหัวโขนให้ลอก...แล้วพวกเราล่ะ ใครไม่มีหัวโขนให้ลอก...จริงหรือ

ผมเกริ่นเรื่องเอาไว้อย่างนี้...ก็มีเพื่อนฝูงคะยั้นคะยอให้เขียน...พอมาก ๆ เข้า ก็ใจอ่อน เอ้าเขียนก็เขียน...จบได้หรือไม่ได้ยังไม่รู้...จะขอไล่เรียงทำความเข้าใจกับการเกษียณก่อน แล้วค่อยมาว่าน่าจะทำอะไร เป็นข้อ ๆ ไป...อย่างนี้นะครับ


1...เมื่อเกษียณแล้ว...คนที่ไม่ค่อยรู้จัก กลายเป็นคนไม่รู้จัก...ร้อยละ 80 ของคนรู้จัก เลื่อนชั้นกลายเป็นคนไม่ค่อยรู้จัก...ข้อดี ไม่ต้องเสียเวลาไปกับคนอื่น มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น...ข้อเสีย ไม่มี


2...หลังเกษียณ...เมื่อไม่มีคนขับรถและเลขาส่วนตัวแล้ว...ต้องกลับมาหัดทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองอีกเยอะ...ได้ใช้เวลาที่คิดว่าเหลือมาก ให้เหลือไม่ค่อยมาก...เป็นจุดเริ่มต้นของการลอกหัวโขนชั้นแรก

ก่อนเกษียณ ผมยังกดตู้เอทีเอ็มไม่เป็นเลย...เดี๋ยวนี้เดินเข้าออกแบ้งค์ไปทำรายการเองได้อย่างคล่องปรื๋อ...
นอกจากเป็นคนขับรถแล้ว ยังต้องเป็นพ่อครัว เป็นคนสวน เป็นช่างประจำบ้าน บางครั้งก็ต้องไปจ่ายตลาดเองด้วย


3...หลังเกษียณ...งานสังคมจะน้อยลง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหน้าที่การงานในอดีต จะได้รับเชิญน้อยลงตามลำดับ จนไม่เหลือเลย...ข้อดี ไม่ต้องเสียเวลาปั้นหน้าต่อคนหมู่มาก ไม่ต้องจ่ายภาษีสังคม ไม่ต้องเปลืองชุดออกงาน มีเวลากินมื้อค่ำกับคนใกล้ชิดมากขึ้น...ข้อเสีย ไม่มี...เป็นการลอกหัวโขนชั้นที่สอง


4...หลังเกษียณ...ถือว่าท่อรายได้ประจำถูกปิดก๊อกแล้ว ให้สำรวจดูว่าทรัพย์ที่สะสมไว้จากการทำงานหรือจากมรดกมีเหลือให้ใช้จ่ายได้อีกเท่าไหร่...ต้องปรับวิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือมีเท่าไหร่ก็ให้ใช้แบบสมฐานะ ไม่ให้เกินตัว...เพราะตายแล้วยังใช้ไม่หมด ยังดีกว่าใช้หมดแล้วแต่ยังไม่ตาย...เป็นการลอกหัวโขนชั้นที่สาม...ชั้นนี้ลอกยากหน่อย บางคนได้กลายเป็นความเคยชินถาวรไปซะแล้ว



5...หลังเกษียณ...จะมีสิ่งที่เคยคิดอยากทำเยอะแยะไปหมด...อย่าละโมบ...ให้เลือกทำทีละอย่าง เอาอันง่าย ๆ ก่อน แล้วจะสำเร็จไปทีละอย่าง...เชื่อเหอะ ว่าสิ่งที่เคยอยากทำ จะได้ทำไม่ถึงหนึ่งในสิบหรอก...เพราะหลังเกษียณ สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน คนรอบข้างเปลี่ยน ความคิดก็จะเปลี่ยน พลอยทำให้ความต้องการและเป้าหมายเปลี่ยนไปด้วย...สิ่งที่อยากทำใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นและต่างไปจากเดิม...ตอนนี้แหละ จึงเป็นชีวิตจริงที่ไร้หัวโขน


6...เมื่อมีวัยมากขึ้น...สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือสุขภาพ เพราะไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน...การออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง...เมื่อเกษียณแล้ว ก็หมดข้ออ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย หากจะอ้างว่าเล่นกีฬาไม่เป็นก็ฟังไม่ขึ้น เพราะคนเราทุกคนเดินและวิ่งเป็นมาตั้งแต่เด็ก...เข้ายิม โยคะ เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เดิน วิ่ง หรือแม้แต่แกว่งแขนเฉย ๆ ที่บ้าน ก็เลือกเอา...ทำเพื่อใครต่อใครมามากแล้ว ก็ทำเพื่อตัวเองบ้างเถอะครับ...นั่นคือสิ่งที่ควรทำอันดับแรกหลังเกษียณ


7...หลังเกษียณ...การเดินทางท่องเที่ยว ควรทำอย่างสม่ำเสมอ...เพื่อเปิดหู เปิดตา เปิดใจ และเปิดทัศนะคติใหม่ ๆ เมื่อได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย...จะสร้างความกระตือรือร้นให้จิตใจ ไม่ให้เหี่ยวเฉากับบรรยากาศเดิม ๆ...ควรเลือกท่องเที่ยวที่ไกล ๆ และลำบาก ๆ เป็นอันดับต้น เพราะยิ่งนานไป ความสามารถในการไปที่ไกลและลำบากจะลดน้อยลง จนถึงไปไม่ได้เลย...การท่องเที่ยวหลังเกษียณ ให้ความรู้สึกที่ต่างจากลาพักร้อนไปเที่ยว แม้เป็นสถานที่เดียวกัน...จะละเมียดกว่า ผ่อนคลายกว่า มีคุณค่ามากกว่า ไม่รีบร้อนและกังวล เพราะกลับมาแล้วไม่ต้องรีบงก ๆ ไปทำงาน


8...หลังเกษียณ...มีโอกาสในการเดินทางท่องเที่ยว ดูและสัมผัสสิ่งที่อยู่นอกตัวออกไป...ขณะเดียวกัน ก็ควรท่องเที่ยวภายในตัวเราด้วย คือการปฏิบัติธรรม...เพื่อสัมผัสกับสิ่งที่เรามองข้ามมาตั้งแต่จำความได้ จะได้รู้ว่าโลกภายในตัวเราน่าพิศวงและลึกล้ำเพียงใด...และเป็นการให้โอกาสแก่เราเอง คือเพิ่มทางเลือกว่าเมื่อได้รู้แล้วจะเลือกดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรจนจบ...เกิดมาชาตินี้ได้พบพระพุทธศาสนา ก็อย่าให้เสียชาติที่ได้เกิดมาเลยนะครับ


9...หลังเกษียณ...ไปที่ชอบที่ชอบกันเถิดครับ...คนเราแต่ละคนมีที่ชอบไม่เหมือนกัน ต่างกันตามจริตและจิตเบื้องลึก...เมื่อเกษียณแล้ว ไม่มีหัวโขนแล้ว ไม่มีกรอบจำกัดทางสังคมแล้ว ชอบทางไหนก็ให้ไปทางนั้นกันเอง โดยไม่ต้องรอเพื่อน ไม่ต้องรอโอกาสและเหตุผล...และไม่ต้องรอให้ลูกหลานมาเคาะโลงเตือนว่าให้ไปที่ชอบที่ชอบเอาตอนที่ไปไม่ได้แล้ว


10...หลังเกษียณ...เล่นเกมให้มากหน่อย...อย่าไปหาว่าเป็นของเล่นเด็ก ๆ เพราะก็ใช่จริง ๆ...เกษียณแล้ว ไม่มีหัวโขนให้ดำรงภาพลักษณ์แล้ว เติมชีวิตของเด็กให้ตัวเองบ้าง จะได้สดใสกระตือรือร้น ไม่เหี่ยวเฉาแห้งคาตอ...เกมช่วยให้คนวัยนี้กระฉับกระเฉง ได้ฝึกประสาทสัมผัส สายตา สมองและกล้ามเนื้อให้ทำงาน แถมความตื่นเต้นให้หัวใจสูบฉีดอีกด้วย...เดี๋ยวนี้เล่นเกมได้ง่าย มือถือก็มีเกมเยอะแยะ หรือลงทุนกับไอแพดซักตัว จะมีอะไรต่อมิอะไรให้เล่นอีกมาก...แก่แล้ว มาเล่นเกมกันเถอะ


11...หลังเกษียณ...ให้เขียนบันทึกทุกวัน...จะเรียกว่าไดอารี่ หรือบันทึกความทรงจำ หรือคำพร่ำเพ้อ หรืออะไรก็ได้...แต่ให้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเมื่อวานเท่านั้น...จะเขียนในคอมพิวเตอร์ ในไอแพ็ด สมุด หรือกระดาษก็แล้วแต่ถนัด...เขียนแค่สองบรรทัด หรือหนึ่งหน้า A4 ก็ไม่ว่ากัน เพราะนาน ๆ เข้า มันจะปรับทั้งความยาว เนื้อหา และสำนวนเป็นของตนเอง...ไม่มีอะไรจะเขียน แค่เขียนว่าวันนี้กินข้าวกับอะไรก็ยังดี...สิ่งที่ได้จากการเขียน...หนึ่ง...ได้ฝึกทักษะการเขียนให้ดีขึ้นจากการเขียนทุกวัน...คนที่ไม่ค่อยอยากเขียนใน FB เพราะเขียนแล้วตัวเองอ่านเองยังบอกว่าไม่ได้เรื่อง ควรลองทำตามที่ว่านี้ด่วน...สอง...มีบันทึกให้ตรวจสอบย้อนหลังว่าได้ทำอะไรไปแล้วมั่ง...เชื่อเหอะ อายุปูนนี้แล้ว รับรองว่าได้พลิกกลับไปตรวจสอบบ่อย ๆ แน่...สาม...อันนี้สำคัญ...เป็นเครื่องวัดคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ...เมื่อไหร่ที่ยังมีเรื่องราวให้เขียนมากมาย ถือว่ายังสอบผ่าน...แต่ถ้าเมื่อไหร่เขียนได้แค่สองคำว่า "เหมือนเดิม"...อันนี้อาการน่าเป็นห่วง แปลว่าชีวิตหลังเกษียณคุณภาพตกต่ำจนถึงพื้นแล้ว...ต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสายเกินไปจนแก้ไม่ได้


12...หลังเกษียณ...ไปนวดบ่อย ๆ...คนวัยเกษียณเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อจะแข็งตึง ขาดความยืดหยุ่นไม่เหมือนสมัยหนุ่มสาว...เป็นสาเหตุให้ปวดเมื่อย ก้มทีก็โอย ลุกทีก็โอย...ออกกำลังกายก็เป็น ทำสวนก็เป็น เล่นเกมก็เป็น แม้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวีก็ยังเป็น...การนวดช่วยให้ดีขึ้น นวดแผนไทยช่วยยืดเส้น นวดน้ำมันช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ...ตอนกำลังนวด จะเจ็บ ๆ มัน ๆ นวดเสร็จแล้วสบายตัว...จะนวดที่ไหนก็ได้ ร้านนวดแผนโบราณเอย สปาทั้งหลายที่เห็นอยู่เกลื่อนเมืองเอย หรือจะว่ามาให้นวดที่บ้านก็ไม่ผิดกติกา...ข้อสำคัญ สถานทีต้องถูกอุปนิสัยและต้องมีหมอนวดประจำตัว...เพราะแต่ละที่บรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างกัน หมอนวดแต่ละคนก็มีลีลาลูกเล่นไม่เหมือนกัน...แรก ๆ ให้เปลี่ยนสถานที่และคนนวดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอที่โดน ประเภทที่ไม่ต้องบอก แค่แตะตัวก็รู้แล้วว่าวันนี้ควรจะเน้นนวดตรงไหน...เมื่อถูกใจ ก็ผูกปีนวดกันไปเลย....สำหรับพวกผู้ชายที่ชอบนวดแผนปัจจุบันตั้งแต่หนุ่มเรื่อยมา ซึ่งก็ไม่ได้ชอบเพราะการนวดหรอก แต่ชอบของแถมมากกว่า ให้ลองมานวดแผนไทยและนวดน้ำมันที่ผมว่าดูมั่ง...จะได้อรรถรสมากกว่า และเบาสบายตัวกว่าจริง ๆ...ถ้าไม่รักกัน ไม่บอกนะเนี่ย


13...หลังเกษียณ...ตรวจสอบตัวเองว่ารู้สึกหมดคุณค่าหรือรู้สึกเป็นอิสระ...ถ้าคุณรู้สึกเป็นอิสระ ก็ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณจะได้เริ่มโบยบินไปสู่โลกกว้างโดยไม่มีข้อจำกัดและไร้แรงถ่วงใด ๆ...ทำงานทั้งชีวิตก็เพื่อมาถึงตรงนี้ไม่ใช่หรือ...แต่ถ้ารู้สึกหมดคุณค่า ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะคุณถูกจัดชั้นให้เป็นทาสที่ถูกปลดปล่อยแล้วไม่ยอมไป...ยังคุ้นและชินกับพันธนาการที่ผูกมัดรัดตัวมาตั้งแต่เริ่มทำงาน...เปิดตาให้สว่าง มองรอบตัวให้กว้างและไกลออกไปเถอะครับ...ความอิสระไม่ได้น่ากลัวและลำบากอย่างที่คิดหรอก


14...หลังเกษียณ...อย่าเล่นหุ้น...คำเตือนสำหรับคนที่เพิ่งคิดมาหัดเล่นหุ้นเอาตอนเกษียณ...ฟังเหตุผลแล้ว มันฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งพวง...เพราะ....ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ @ มีอีกเยอะเลยแหละที่น่าทำกว่าการนั่งเฝ้าจอทั้งวัน....อยากมีรายได้เพิ่ม @ เขาเตือนเสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" เกษียณแล้วจะไปเสี่ยงทำไม ปรับตัวเองให้เหมาะกับเงินที่มีอยู่ไม่ง่ายกว่าหรือ....อยากศึกษาเรื่องหุ้น @ ช้าไปแล้วต๋อย ศึกษาเรื่องธรรมะในวัยนี้ให้ประโยชน์มากกว่า....เพื่อนชวน @ เออ ก็โง่เชื่อเพื่อนนะ อายุปูนนี้คิดเองไม่เป็น....เห็นคนอื่นรวยเพราะเล่นหุ้น @ แล้วเคยเห็นสภาพของคนที่จนเพราะเล่นหุ้นไหม....อยากตื่นเต้น เร้าใจ @ มีอีกหลายอย่างให้เลือกทำที่ทั้งเสียวทั้งมันกว่าการเล่นหุ้นโดยไม่ต้องเสี่ยง....สมัยนี้ใคร ๆ ก็เล่น เดี๋ยวตกเทรนด์ @ ให้เป็นเรื่องของคนในวัยทำงานเขาเถอะลุง อยากทันสมัยก็มาหัดเล่น FB เล่น Line หรือเล่นเกมดีกว่า ไม่เครียด แถมเข้าสมัยและมีคนเล่นเยอะกว่าด้วย....ฯลฯลฯลฯ

15...หลังเกษียณ...ถ้าลองทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ ให้รีบเลิก....เวลามันเหลือน้อย เลือกทำอย่างอื่นในคิวต่อไปดีกว่า....เกษียณแล้ว ไม่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงานแล้ว จึงไม่ต้องฝึกวินัย ไม่ต้องฝึกความอดทนให้เป็นพื้นฐาน เพราะจนป่านนี้ถ้ายังไม่มี ก็คงฝึกไม่ทันแล้ว...สิ่งที่ได้ลองทำก็เพราะอยากทำ เมื่อได้ทำแล้วจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...อย่าทู่ซี้ อย่ามีอัตตา ให้ยอมรับว่าเรื่องบางเรื่องเหมาะกับคนบางคนที่มีพรสวรรค์ เช่น อยากเล่นดนตรีให้เพราะ แต่จับบันไดเสียงไม่ได้ เคาะจังหวะไม่เป็น ก็ไปได้ไม่ไกล...คนวัยนี้ ลองเล่นอะไรแล้วไปไม่รอด...ไม่เสียหน้าหรอกครับ


16...หลังเกษียณ...อย่าคิดเลี้ยงหลานเป็นงานหลัก...เพราะสิทธิและหน้าที่เป็นของพ่อแม่เขา ส่วนเราได้ใช้สิทธิและทำหน้าที่ไปแล้ว...แล้วก็อย่าคิดเชียวว่า เคยเลี้ยงลูกมาหลายคน เลี้ยงหลานอีกซักคนสองคน จะเป็นไรไป...ลองนึกดูว่าตอนเลี้ยงลูกอายุเท่าไหร่ ตอนนี้อายุเท่าไหร่...ตอนนั้นก็แทบแย่ ตอนนี้จะไหวหรือ...ที่สำคัญ ความคิดและแนวทางการเลี้ยงลูกของคนแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน เดี๋ยวเกิดขัดแย้งสร้างปัญหาระหว่างรุ่นขึ้นในครอบครัว กลายเป็นละครน้ำเน่าไปเปล่า ๆ...เอาแค่หยิบฉวยมาครองเพื่อชื่นชมบ้างเป็นครั้งคราว...เล่นบทปู่ย่าตายายใจดีตามใจหลาน ให้พ่อแม่เขาหงุดหงิดเล่น...เป็นสุขกว่าเยอะ


17...หลังเกษียณ...ทำทุกวันให้เป็นวันพิเศษ...เมื่อได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากหน้าที่ ความรับผิดชอบ ภาระและหัวโขนแล้ว จะหายใจทิ้งนิ่งเฉยอยู่ทำไม ควรทำตัวกระตือรือร้นให้ชีวิตมีความหมายเหมือนได้พักร้อนตอนทำงาน...จำไว้ว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว ถ้านับ 60 ถึง 80 ก็เหลือแค่ 7,300 วัน....มีเงิน 7,300 บาทในกระเป๋า ตื่นมาต้องหยอดมิเตอร์ชีวิตวันละบาท ใช้งานหรือไม่ก็วันละบาท แป๊บเดียวก็หมด...บางคนมิเตอร์เสีย ใช้งานไม่ครบ 80 ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปใหญ่...จงใช้ทุกบาทที่เหลือให้คุ้มค่า ทุกวันที่เหลือให้มีความหมายเถิดครับ


18...หลังเกษียณ...พึงยอมรับเสมอว่าหนึ่งวันยังมี 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม เที่ยงแท้และแน่นอน...คนที่รู้สึกว่ามันยาวนานเกินไป อยากให้เหลือน้อยกว่านี้ เพราะไม่รู้จะทำอะไร...จัดอยู่ในพวกหายใจทิ้ง น่าเป็นห่วง เพราะไม่มีความสุข ทิ้งไปนาน ๆ จะเครียดสะสมถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้...คิดใหม่ทำใหม่เถอะครับ คิดไม่ออกลองกลับไปอ่านที่ผมเขียนมาตั้งแต่ข้อ 1 อีกซักรอบก็ยังดี...แต่บางคนกลับคิดว่า มันสั้นไปหน่อย แป๊บ ๆ ยังไม่ทันทำอะไรก็หมดวันแล้ว ถ้ามีวันละ 30 ชั่วโมงก็จะดี...พวกนี้ก็กระดี๊กระด๊า มีความสุขกับการเกษียณเกินไป...ขอให้ลดกิจกรรมลงบ้างเถอะ พ่อคุณ


19...หลังเกษียณ...ติดตามข่าวสารบ้านเมืองให้น้อยลง รับรู้เรื่องราวของเทคโนโลยีให้มากขึ้น...เมื่อไม่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในการงาน จะหมกมุ่นอยู่กับข่าวสารบ้านเมืองทุกนาทีให้เกิดความเครียด และสะสมอารมณ์อันไม่พึงประสงค์ทำไม คนถึงวัยนี้แล้ว คิดจะทำอะไร ก็ทำไม่ได้มากหรอก...มาสนใจเรื่องราวของเทคโนโลยีและวิถีการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ดีกว่า เพราะมีแต่เรื่องตื่นตาตื่นใจให้ทึ่ง สร้างสีสันให้กับชีวิตที่กำลังเหี่ยวเฉา...จะลองใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ออกมาเกือบทุกวันดู หรือลองใช้สินค้าตระกูลไอเพื่อให้รู้ว่าโลกกำลังไปในทิศทางไหน หรือจะเข้าไปอยู่ในโซเชียลเน็ทเวิร์คทั้งหลายก็ไม่มีใครห้ามเพราะไม่ได้จำกัดอายุ...อ้อ..ข้อสำคัญ เวลาเข้าไปแล้วอย่างลืมศึกษา กฎ กติกา มารยาท ของแต่ละที่แล้วปรับตัวปรับใจปรับความคิดให้เข้ากับเขาด้วยนะ...จะได้ไม่เชย ไม่ถูกค่อนขอดว่าเป็นเต่าล้านปี


20...หลังเกษียณ...จริงจังกับงานอดิเรกให้มากขึ้น...งานอดิเรกที่ทำมาจนถึงวัยเกษียณ ย่อมเป็นสิ่งที่ชอบ เพลิดเพลินและมีความสุขที่ได้ทำ...มีเวลาแล้ว ควรยกระดับให้เข้มข้น ลึกซึ้ง แม้จะหมกมุ่นมากหน่อยก็ไม่เป็นไร...จะไปจนถึงขั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือมืออาชีพก็ไม่เสียหาย...แต่ห้ามทำเป็นอาชีพเด็ดขาด เพราะจะกลับเข้าสู่วังวนของคนทำงาน...หมดสภาพการเกษียณในวัยนี้ มันไม่สนุกนะครับ


21...หลังเกษียณ...พูดให้น้อย ฟังให้มาก...เกษียณแล้ว ที่ต้องสั่ง ต้องสอน ต้องชี้นำคนอื่น ก็เป็นเพียงอดีต...เมื่อไม่มีคนให้สั่ง สอน ชี้นำ การพูดเยอะ ๆ จึงไม่จำเป็น...เปลี่ยนบทมาเป็นคนฟังมั่งเหอะ ฟังแล้วคิด ตอบโต้ให้ช้า หัวเราะให้มาก...อยากใช้ปากอย่างที่เคยก็ให้ไปหัดร้องเพลงแทน เพราะมันไม่ทำร้ายจิตใจใคร...เมื่อคิดแล้วค่อยพูด ความผิดพลาดให้เสียใจภายหลังจะลด มิตรภาพมากขึ้น ชีวิตหลังเกษียณจึงสุขสงบ


22...หลังเกษียณ...ฝึกใจให้ชินกับการแพ้...ต้องยอมรับว่าวัยนี้ของชีวิตเป็นช่วงขาลง...ขาดเป้าหมาย ไร้แรงฮึดที่จะเอาชนะ...การพ่ายแพ้จึงเกิดได้บ่อยเป็นธรรมดา...แน่ ๆ คือแพ้สังขาร อันเป็นสาเหตุหลักให้แพ้เรื่องอื่น ๆ ด้วย...ที่เคยทำได้ ก็ทำไม่ได้...ที่เคยแม่นยำ ฉับไว กลายเป็นเบ๊อะบ๊ะ งกเงิ่น...หลงลืมจนอยากเขกหัวตัวเองวันละหลายหน...โรคภัยไข้เจ็บก็มาเยือนกันจัง...การฝึกให้ชินกับการแพ้ เป็นทางแก้ที่หมดจด สู้ไม่ได้ก็เอาเป็นพวกเสียเลย...ผมยังจำที่หลวงพ่อปัญญา วัดชลประทานฯ เคยเทศน์สอนเรื่องนี้เมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ว่า...เมื่อโรคภัยไข้ชรามาเยือน ก็อย่าสัดส่ายดิ้นรนเป็นทุกข์เลย ให้ต้อนรับเขามาอยู่ด้วยอย่างเป็นมิตรเถอะ ทักทายด้วยว่า...อ้าว มาแล้วหรือ นี่รออยู่นะ


23...หลังเกษียณ...จัดบ้านให้น่าอยู่...เมื่อไม่มีที่ทำงานให้สิงสถิต บ้านก็กลายเป็นสถานพักพิงหลัก...การจัดบ้านให้เป็นวิมานของเรา เป็นภารกิจต้น ๆ ที่ควรทำอย่างยิ่งยวด...ที่สึกหรอเสียหาย ให้ซ่อมแซมแก้ไข จะซ่อมใหญ่ ซ่อมเล็ก ก็ว่ากันไป...ที่ขาดตกบกพร่อง ก็เพิ่มเติมเสริมแต่งให้เต็ม ให้สว่างไสวมีชีวิตชีวา...ที่รกล้นเกินความจำเป็น ก็กำจัดตัดทิ้งให้เหลือแค่พอเหมาะ...อันหลังนี่ยากหน่อย คนมักก้าวไม่พ้นเส้นเสียดาย ทำใจทิ้งสัมภารกที่สะสมมานานไม่ได้...ให้คิดเสียใหม่ว่า ถ้าเขาเป็นประโยชน์กับคนอื่นมากกว่า ก็ตัดใจปล่อยเขาไปเถอะ...ขอแนะให้ใช้เกณฑ์ 6 เดือนตัดสิน...ถ้าพิจารณาเห็นว่าใน 6 เดือน ฉันคงไม่ได้ใช้เธอแน่ เธอก็ควรไปอยู่กับคนอื่นได้แล้ว...คืนที่ว่างอันมีค่าให้ฉันไปทำอย่างอื่นเถอะ...เวลาฉันเหลือน้อย


24...หลังเกษียณ...เปลี่ยนวันเวลาทำกิจกรรม...เกษียณแล้ว อยู่นอกกรอบกำหนดของเวลาแล้ว...มีอิสระที่จะเลือกวันและเวลาตามใจชอบ...แล้วจะไปแออัด ยัดเยียด เบียดเสียด แย่งชิงทรัพยากรกับคนที่ยังไม่เกษียณซึ่งเป็นคนหมู่มากทำไม...จะทำกิจกรรมนอกบ้าน ให้เลือกเวลาที่ปลอดโปร่ง โล่งสะดวก หลีกเลี่ยงการจราจรแออัด หรือความโกลาหลของคนหมู่มากสิครับ...เช่น...ออกไปกินมื้อกลางวัน 11 โมง มื้อค่ำ 6 โมงเย็น...ดูหนัง ช้อปปิ้ง บ่ายวันธรรมดา...เดินทางท่องเที่ยวจันทร์ถึงศุกร์แทนวันหยุดยาว...อย่างนี้เป็นต้น...ในช่วงคนเยอะ ๆ รถติดมาก ๆ ก็เลือกอยู่กับบ้านให้สำราญใจ...แต่ข้อนี้ ยกเว้นสำหรับคนขี้เหงา ที่ชอบความครึกครื้น จอแจ...ก็ตามสะดวกเถอะครับท่าน"


25...หลังเกษียณ...ให้เวลากับครอบครัว...หมดหน้าที่การงานแล้ว อย่าเพิ่งหลงระเริงกับเวลาที่ได้มาใหม่ให้หมดไปกับกิจกรรมสาระพันของตัว...หันไปมองคนรอบข้าง ที่หวังว่าเมื่อเราเกษียณ จะแบ่งเวลาให้กับเขาบ้าง...ข้ออ้างว่างานกำลังยุ่ง ใช้ไม่ได้อีกต่อไป...จงรีบใช้เวลาร่วมกับพวกเขาเสียเถิดในขณะที่เรามีเวลาให้เขา ก่อนที่พวกเขาจะไม่มีเวลาให้เรา...จะทำอะไรร่วมกันก็ทำไป คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ทำอะไร แต่อยู่ที่ได้ร่วมกันทำต่างหาก


26...หลังเกษียณ...อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น...เมื่อเกษียณ เกมก็จบ การแข่งขันสิ้นสุด ไม่ต้องไขว่คว้าหาดวงดาวกันแล้ว...แรงบันดาลใจและการกระตุ้นให้ฮึกเหิมก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป...การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเอาตอนนี้ ไม่ว่ากับที่เหนือกว่าหรือด้อยกว่า ล้วนไม่เป็นผลดีต่อจิต รังแต่จะสะสมกิเลสทั้ง โลภ โกรธ หลง ให้เพิ่มขึ้น...มาถึงจุดนี้แล้ว ต้องยอมรับผลงานของตัวเองไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ก็ตาม เพราะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากแล้ว...มีความสุขกับมันเถอะครับ...จะเล่นเกมใหม่ ก็ต้องเป็นชาติหน้าโน่น


27...หลังเกษียณ...หมั่นเจริญมรณสติ ให้ระลึกถึงความตายสบายนัก...เพราะคืนนี้หลับไปแล้ว ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้หรือชาติหน้าจะมาก่อน...ถ้าเจริญสติอย่างถูกวิธี ไม่เพียงเตือนตนว่าต้องตายไม่ช้าก็เร็ว หากยังถามตนเองอยู่เสมอว่าพร้อมจะตายหรือยังหากหมดลมวันนี้...ทำให้ตระหนักว่าชีวิตและเวลาแต่ละนาทีที่ยังเหลืออยู่นั้นมีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ควรใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า หรือปล่อยเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์...เป็นการกระตุ้นให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตใหม่หมด...จะได้จัดการสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว...ข้อนี้ผมไม่ได้คิดครับ...พระไพศาล วิสาโล ท่านเขียน...สาธุ สาธุ สาธุ


ความจริงยังไม่หมดนะครับ...แต่จะจบแค่นี้ก็ได้...ช่วงนี้ไม่มีเวลาคิดข้อใหม่ ๆ เพิ่ม เพราะมัวแต่ติดอยู่กับข้อเจ็ดและข้อสิบอยู่หลายเดือนแล้ว จนไม่มีเวลาไปทำข้ออื่น...เดี๋ยวช่วงไหนปลอดโปร่งโล่งสะดวก จะมาเพิ่มเติมให้เต็ม

กราบหลวงพ่อสุธีร์ ชาคโร เป็นครั้งแรก

หลังจากที่กัลยาณมิตร ได้นำพาไปกราบหลวงพ่อฯ เป็นครั้งแรก ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เป็นโอกาสที่ดีที่หลวงพ่อฯ เดินทางมาโปรดญาติโยม ที่อยู่บริเวณภาคตะวันออก หลวงพ่อฯ เมตตาชี้แนะเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติธรรมที่ติดค้างอยู่มานาน เช่น
  • เคยนั่งสมาธิแล้วปวดเมื่อยขา ก็ขยับ เป็นการหนีทุกข์ จึงไม่เห็นทุกข์ แก้โดยการ ไม่ต้องขยับส่วนครึ่งล่างของร่างกาย ให้อยู่กับทุกข์ จึงจะเห็นธรรม รู้ทุกข์ เห็นตามความเป็นจริง
  • ต้องฝึกนั่งสมาธิ 3 ชั่วโมงนับ 1
  • หลวงพ่อฯ เมตตา  ให้หนังสือและซีดีธรรมะ เสียงเทศน์สอนของหลวงพ่อฯ มาให้อ่าน, ฟังด้วย 2 เล่ม, 2 แผ่น

เวลาที่เหลืออยู่


"เวลา...เป็นสิ่งเดียวในโลก
  ที่ทุกคนได้รับเสมอกัน
  ไม่มีใครได้เปรียบ
  หรือเสียเปรียบกันเลยแม้แต่คนเดียว
  แต่ใครจะใช้เวลาในแต่ละวินาที
  อย่างมีค่า และคุ้มค่ากว่ากัน
  นี่แหละ เป็นเรื่องน่าคิด"

(หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน)

สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู ตอน ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ วันที่ 2 เมษายน 2558 (1/2)


ความสุขเริ่มขึ้นเมื่อ..ตื่น กับกูรูที่สลับสับเปลี่ยนกันมาทำให้ทุกวัน­ของคุณมีความสุข สุขด้วยการสวดมนต์ทำวัตรเช้า สุขด้วยการฟังธรรมจากกูรูหลากหลายท่าน สุขด้วยการลงมือปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนากร­รมฐานไปกับกูรูท่านต่าง ๆ ซึ่งสามารถเลือกปฏิบัติได้ตามความถนัด สุดท้ายสุขด้วยการแผ่เมตตา เพื่อแบ่งปันความสุขให้สรรพสัตว์ทั้งปวง ออกอากาศทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 05.00-06.00 น. ทาง AMARIN TV HD ช่อง 34 จานดาวเทียมและเคเบิลทีวีช่อง 44

เล็กๆ น้อยๆ น่ารู้

เล็กๆ น้อยๆ น่ารู้
1. มด - ปราบด้วย เปลือกแตงกวา
2. กระจกใส - เช็ดด้วยสไปร์
3. หมากฝรั่ง ติดเสื้อ - เอาไป ใส่ช่องแข็ง 1 ชม. แกะออก
4. มะนาว - แช่น้ำร้อน 1 ชม. บีบได้น้ำเยอะ
5. หมึกเปื้อนเสื้อ - เอายาสีฟันทาตรงรอยเปื้อน ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วซักน้ำ
6. ผมเป็นเงางาม - เอาน้ำส้มสายชูยีผม แล้ว ล้างน้ำ
7. ซักผ้าขาว -ใช้ lemon ผสมน้ำร้อนจะขาวจั้ว
8. ก่อนนอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว ตื่นนอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว รับรองไม่เป็นโรคหัวใจวาย 90 % ตายเพราะ ขาดน้ำ !
9.ดวงไฟหน้ารถหมองมัว ใช้ยาสีฟันคอลเกตขัดจะใส่เงา
10.ป้องกันมอดขึ้นในถังข้าว ใชช้อน/ซ่อม แสตนเลส ใส่ไว้ในถังข้าว มอดจะไม่มารบกวนอีกเลยครับ

ชีวิตคนเราจะมีสิบปีสัก กี่ครั้งกัน

อ่านแล้ว  ขอให้อ่านอีกครับ

อ่านแล้วชอบ จึงส่งมาแบ่งปัน
         "10 ปี 7 ครั้ง
          ...................

"ชีวิตคนเราจะมีสิบปีสัก
กี่ครั้งกัน"

ชอบประโยคนี้มาก
มันจริงอย่างยิ่ง
ถ้าคนเราอายุเฉลี่ย 70 ปี

เราก็มี 10 ปีแค่ 7 ครั้ง

1. สิบปีแรก..หมดไปกับ
ความไร้เดียงสา

2. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การศึกษาเล่าเรียน

3. สิบปีต่อมา.หมดไปกับ
การทำงานและการใช้ชีวิต

4. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การสร้างฐานะ สร้างครอบครัว

5. สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การลงหลักปักฐาน รักษาสิ่งที่หามา.
   
6.สิบปีต่อมา..หมดไปกับ
การดูแลรักษาสุขภาพ
กาย-ใจให้แข็งแรง

7. สิบปีสุดท้าย..หมดไปกับ
การปล่อยวางทุกสิ่ง รอคอยการกลับบ้าน

แต่ละสิบปีผ่านไป...
ไวเหมือนโกหก
อีกไม่นานปีนี้ก็จะผ่านไป
มีอะไรที่เราทำไปแล้วมาก
มาย และก็ยังมีอะไรอีก
มากมายที่เรายังไม่ได้ทำ

** เวลา คือ หน่วยเงิน
ในกำมือของเราที่เอาไป
แลกสิ่งอื่น

-เราเอาเวลาไปแลกงาน

-เราเอางานไปแลกเงิน

-แต่เราก็ไม่เคยเอาเงิน
 ไปแลกเวลาคืนกลับมา
 ได้สักที
ถ้า 'ธนาคารเวลา' มีจริง
เราก็ไม่เคยมีสมุดบัญชี
สักเล่มที่จะให้เราดูได้..ว่า
ตอนนี้เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่?

** เรารู้ว่าเราใช้ "สิบปี"
ของเราไปกี่ครั้งแล้ว
แต่เราไม่อาจรู้ว่า...
เราจะใช้ "สิบปี" ที่เหลือ
ของเราได้ครบมั้ย?

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ
เราใช้เวลาสิบปีของเราไป
คุ้มค่าหรือเปล่า?

เมื่อเราหันหลังกลับมา
ขอให้พูดได้เต็มปากว่า
เราใช้มันไปอย่างไม่น่า
เสียดาย

   ชี วิ ต ค น เ ร า จ ะ มี
           "สิ บ ปี"
      สั ก กี่ ค รั้ ง กั น?
  ใช้สิบปี เจ็ดครั้งของเรา
        ใ ห้ คุ้ ม ค่า      
   
สวัสดีกับสิบปีปัจจุบันของท่าน

เขียนดีมาก อ่านให้จบ คุณอาจจะหันมารักตัวเอง...

สรุป: ชีวิตที่เรียบง่าย ให้สนุกกับการใช้ชีวิต 30% ที่เป็นของคุณ

- ไม่เจ็บปวดแต่ก็ต้อง บำรุง

- ไม่กระหายแต่ก็ต้อง ดื่มน้ำ

- ว้าวุ่นแค่ไหนก็ต้อง ปล่อยวาง

- มีเหตุมีผลแต่ก็ต้อง ยอมคน

- มีอำนาจแต่ก็ต้องรู้จัก ถ่อมตน

- ไม่เหนื่อยแต่ก็ต้อง พักผ่อน

- ไม่รวยแต่ก็ต้อง รู้จักพอเพียง

- ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จัก พักผ่อน

หมั่นเตือนตน: ชีวิตนี้สั้นนัก
หากเวลาของคุณยังมีเหลือเฟือ ส่งต่อข้อความเหล่านี้ต่อให้เพื่อนของคุณ ให้เพื่อนได้อ่านบ้าง เพื่อจะได้ใส่ใจตัวเองบ้าง
ดังนั้น

- อยากกิน...กิน

- อยากเที่ยว....เที่ยว

- เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้

- สุขสบายทุกเพลา

- เวลาที่ยังจับมือไหว
ให้เชิญเพื่อนมาสังสรรค์

- เวลาที่ยังกอดไหว
ให้โอบกอดให้ชื่นใจ

- ทำหน้าที่พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่ น้อง เพื่อนที่ดีต่อไป

- เวลาที่อยู่ด้วยกัน
อย่าได้โกรธกันง่ายๆ

การลงทุนใน Forex: ผลประกอบการเดือนกุมภา 58

การลงทุนใน Forex: ผลประกอบการเดือนกุมภา 58: ผลประกอบการกองทุน KSS Fund เดือนกุมภา 58  ผลประกอบการเดือนกุมภา 58 ยังไม่ได้นับรวมรายได้จาก Affiliate  ได้กำไรจากการเทรดมากกว่า 2,00...

ขับรถเข้าบ้านเกือบทับ น้องหมา ที่นอนอยู่หน้าบ้าน

  • ขับรถมาถึงบ้านหน้าก็ค่ำแล้ว
  • เห็น น้องหมา ตัวหนึ่งของเพื่อนบ้านนอนอยู่หน้าบ้าน
  • ตามปกติเวลาเราค่อย ๆ ขับรถเข้าบ้าน เจ้าตูบ มันจะลุกเดินหนีไปเองเพราะมันก็ไม่อยากถูกรถยนต์ทับ
  • วันนี้ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
  • จึงขยับรถเข้าไปใกล้ จวนจะทับมัน มันก็ยังไม่ยอมลุก มองจากที่นั่งคนขับก็ไม่เห็นว่ามันอยู่ตรงไหน
  • ถ้าคิดเหมือนเดิมคือ ค่อย ๆ ขยับรถเพื่อจะเข้าประตูบ้าน หวังว่ามันจะลุกหนีไปเช่นเดิม ป่านนี้มันคงถูกรถทับไส้แตกแล้ว
  • โชคดีที่ลงไปดู พบว่ามันป่วยลงไม่ได้ เรียกเจ้าของหมา มาอุ้มมันออกไปหาสัตวแพทย์
  • เกือบจะโดนคดีขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้สุนุขถึงแก่ความตาย...ไปซะแล้ว
  • เป็นอุทาหรณ์สอนใจตัวเอง ว่า อย่าทำการใดโดยประมาท คิดว่าไม่เป็นไรหรอก ... ต้องคิดอยู่เสมอว่าถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดไว้หละ จะเป็นอย่างไร เกิดเหตุน่าสลดใจ อย่างไร